บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 6
วันที่ 12 เดือน กันยายน พ.ศ. 2562
วันที่ 12 เดือน กันยายน พ.ศ. 2562
ความรู้ที่ได้รับ
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา
Book start โครงการหนังสือเล่มแรก
Picture book หนังสือภาพ
Mother and Child Clinic คลินิกครอบครัวแม่และเด็ก
Almoner นักสังคมสงเคราะห์
Early Childhood Center ศูนย์เด็กปฐมวัย
Baby Health Center ศูนย์สุขภาพเด็ก
Correct behavior แก้ไขพฤติกรรม
Initial health checkup
การตรวจสุขภาพเบื้องต้น
Parents as Teachers Program โครงการพ่อแม่ในฐานะครู
Participation
of parents การมีส่วนร่วมของพ่อแม่
โครงการ
การให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในประเทศไทย
โครงการ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในเด็กไทย
⧬ ดำเนินงานโดยสำนักสุขภาพจิต
กรมสุขภาพจิต เป็นโครงการที่มุ่งเร่งพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กและเยาวชนไทย
โดยผลักดันให้ครอบครัวมีส่วนร่วมที่สำคัญ
ด้วยการจัดทำชุดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในเด็กและเยาวชนไทย
เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้จริง ประกอบด้วย
-
แบบสังเกตความคิดสร้างสรรค์ในเด็กสำหรับพ่อแม่
-
คู่มือความรู้และการจัดกิจกรรมพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
- หลักสูตรการเลี้ยงลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์
- ซีดีการเรียนรู้ด้วยตนเองเรื่อง “การเลี้ยงลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์”
- จัดอบรมพ่อแม่ผู้ปกครองเรื่อง “การเลี้ยงลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์”
โครงการหนังสือเล่มแรก (Book
start Thailand)
โครงการหนังสือเล่มแรก
เริ่มต้นขึ้นในปี 2546 โดยการริเริ่มของมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก
ซึ่งในปีนั้นรัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการประกาศให้เป็นปีแห่งการอ่าน
ส่วนภาคเอกชนโดยสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยได้เริ่มดำเนินโครงการ
“รวมพลัง รักการอ่าน” ขึ้นในปีนี้เช่นเดียวกัน
โดยมีเป้าหมายที่จะให้พ่อแม่ลูกมีความสุขร่วมกันในโลกของหนังสือ
สร้างพื้นฐานการอ่านและสานสัมพันธ์ในครอบครัว
ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยนิสัยรักการอ่านและประสานความร่วมมือระหว่างองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนรวมทั้งองค์กรท้องถิ่นในการรณรงค์โครงการ
โดยการจัดทำถุงบุ๊คสตาร์ท
(book
start) ติดตามประเมินผลครอบครัวในโครงการ
โครงการ
การให้ความรู้ผู้ปกครองในต่างประเทศ
โครงการ
การให้ความรู้พ่อแม่ผู้ปกครองในประเทศอิสราเอล
ประเทศอิสราเอลถือเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาค่อนข้างสูง
เพราะถือว่าการศึกษาคือการพัฒนามนุษย์ให้มีคุณภาพ ดังนั้น
จึงมีการจัดการศึกษาให้แก่เด็กอายุ 3-4ปี
โดยรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ
งานการศึกษาเด็กโดยพ่อแม่ผู้ปกครองถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบการจัดการศึกษาของอิสราเอลตั้งแต่ระดับอนุบาล
การทำงานระหว่างบ้านกับโรงเรียนและชุมชนจึงพบได้ในทุกโรงเรียน
ซึ่งถือเป็นงานปกติที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามหน้าที่
โครงการ
บุ๊คสตาร์ทในประเทศอังกฤษ (Bookstart
UK)
โครงการ บุ๊คสตาร์ท
หรือเรียกว่า “หนังสือเล่มแรก” ก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศอังกฤษ เมื่อปี
พ.ศ. 2535 โดย
นางเวนดี้
คูลลิ่ง
ภายใต้ บุ๊คทรัสต์
ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลที่มีจุดมุ่งหมายในการนำหนังสือสู่คน นำคนสู่หนังสือ
นับเป็นโครงการแรกของโลกที่ว่าด้วยหนังสือสำหรับเด็กทารก
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กทารกในอังกฤษทุกคนได้รับโอกาสและสนับสนุนให้พัฒนาความรู้สึกรักหนังสือและการอ่านไปตลอดชีวิต
ด้วยการจัดสรรให้เด็กทารกทุกคนได้รับ “ถุงบุ๊คสตาร์ท”
“ถุงบุ๊คสตาร์ท”
ภายในถุงประกอบด้วย
- หนังสือที่ได้รับการคัดสรรแล้ว 2 เล่ม
- หนังสือแนะนำพ่อแม่ด้วยภาพเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็กและโยงไปถึงการเลี้ยงดูด้วยหนังสือ
- ของชำร่วยสำหรับเด็ก เช่น
ผ้ารองจานฯลฯ
- แผนที่แนะนำห้องสมุดแถวละแวกบ้าน
- บัตรสมาชิกห้องสมุดสำหรับเด็ก
- รายชื่อหนังสือสำหรับเด็ก
- รายชื่อศูนย์สนับสนุนคุณแม่เลี้ยงลูก
โครงการ
บุ๊คสตาร์ทในประเทศญี่ปุ่น (Bookstart
Japan)
เมื่อปี พ.ศ. 2543 ญี่ปุ่นประกาศให้เป็น
“ปีแห่งการอ่านของเด็ก” และได้มีการนำโครงการบุ๊คสตาร์ทของประเทศอังกฤษเข้ามาเผยแพร่ในญี่ปุ่น
โดยมีศูนย์สนับสนุนบุ๊คสตาร์ทเป็นเจ้าของโครงการ
ด้วยหลักการและเหตุผลที่ว่า ภาษามีความสำคัญต่อการหล่อเลี้ยงจิตใจเด็ก
เด็กเล็กต้องการอ้อมกอดอันอบอุ่นและเสียงพูดคุยอย่างอ่อนโยน โครงการบุ๊คสตาร์ทสนับสนุนสัมผัสอันอบอุ่นโดยมี
“หนังสือภาพ” เป็นสื่อกลาง โดยทดลองที่เขตสุงินามิ ในกรุงโตเกียวเมื่อเดือนเมษายน
พ.ศ. 2544 ได้รับความร่วมมือจากศูนย์อนามัย
ห้องสมุดและหน่วยงานสนับสนุนการเลี้ยงดูเด็กสามองค์กรร่วมกันแจกถุง บุ๊คสตาร์ทแก่แม่ที่พาลูกมาตรวจสุขภาพในช่วงอายุ
4 เดือน
โดยมีเป้าหมาย 200
ครอบครัว
และก็ได้มีการแพร่ขยายไปอย่างรวดเร็วในประเทศญี่ปุ่น
สรุป จากโครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองทั้งในและต่างประเทศที่ได้ยกตัวอย่างมานั้น
จะเห็นได้ว่าทุกประเทศให้ความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาเด็กตั้งแต่เด็กปฐมวัย
ซึ่งมีความสำคัญยิ่ง เป็นวัยแห่งการเริ่มต้นที่ดีของชีวิต
พ่อแม่ผู้ปกครองจึงต้องเป็นผู้ที่มีความพร้อมและมีคุณภาพในการดูแลเด็ก
เพื่อให้เด็กได้เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของประเทศ
ประเมินตนเอง
ตั้งใจเรียน แต่งตัวเรียบร้อย สามารถตอบคำถามอาจารย์ได้
ตั้งใจเรียน แต่งตัวเรียบร้อย สามารถตอบคำถามอาจารย์ได้
ประเมินเพื่อน
เพื่อนแต่งตัวเรียบร้อย ตั้งใจเรียน
เพื่อนแต่งตัวเรียบร้อย ตั้งใจเรียน
ประเมินผู้สอน
เข้าสอนตรงเวลา แต่งตัวเรียบร้อย สอนสนุก เข้าใจง่าย
คำถามท้ายบท
1.
ในการดำเนินโครงการให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองทั้งในและต่างประเทศมีเป้าหมายร่วมกันอย่างไร
ตอบ การให้ผู้ปกครองมีความรู้ ความเข้าใจในตัวเด็ก สามารถอบรมเลี้ยงดูลูกได้อย่างถูกต้อง และส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการที่เหมาะสม พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่ส่งเสริมและพัฒนาเด็ก เช่น ชุมชน ห่วยงานที่เกี่ยวข้อง โรงเรียน เป็นต้น
2.
นักศึกษามีแนวคิดอย่างไรที่จะสนับสนุนให้โครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม
จงอธิบาย
ตอบ การร่วมมือกันทั้งผู้ปกครอง ชุมชน ภาครัฐ และเอกชนในการจัดทำโครงการอย่างจริง หรือมีการรณรงค์ให้ความรู้ในรูปแบบต่างๆ เช่น ประชามสัมพันธ์ การจัดการให้ความรู้ในชุมชน หรือรูปแบบอื่นๆ แต่ถ้าหากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งไม่ให้ความร่วมมือก็อาจจะไม่ประสบผลสัมเร็จได้
3.
ในฐานะที่นักศึกษาจะเป็นผู้ที่ให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยในอนาคต
จงยกตัวอย่างขององค์ความรู้หรือเรื่องที่ต้องการจะถ่ายทอดให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองเพื่อใช้ในการเลี้ยงดูเด็กมา
5 เรื่องพร้อมอธิบายและยกตัวอย่างประกอบ
ตอบ
1. อาหารและโภชนาการสำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อให้ผู้ปกครองตระหนักถึงอาหารและดภชนาการสำหรับเด็กปฐมวัย เช่น หลักการจัดจานอาหารสำหรับเด็กปฐมวัย การดัดแปลงอาจารให้หน้ารับประทานและดึงดูดความสนใจในการกินของเด็ก
2. สื่อสำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อให้ผู้ปกครองมีความรู้ในการเลือกสื่อและจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับลูก เช่น สื่อของเล่นไม้บล็อคที่เหมาะสมตามวัย การจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็ก
3. กิจกรรมยามว่าง เพื่อให้ผู้ปกครองใช้เวลาว่างร่วมกับลูกให้มีคุณค่า เช่น การทำกิจกรรมกลางแจ้งร่วมกับลูก การเล่นบทบามสมมติกับลูก
4. นิทานสร้างสรรค์ เพื่อให้ผู้ปกครองรู้จักวิธีการเล่านิทานที่สนุก การใช้น้ำเสียง การเล่นกับลูกระหว่างที่เล่า การให้เด็กมรีส่วนร่วมในการเล่า หรือผลัดกันเล่ากับลูก ทำให้เกิดความสนุกสนาน ความอบอุ่นภายในครอบครัว
5. พัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย เพื่อให้ผุ้ปกครองเข้าใจในพัฒนาการแต่ละช่วงวัยของเด็ก ทำให้ส่งเสริมได้ถูกต้องและเหมาะสม
4.
การให้ความรู้ผู้ปกครองสามารถส่งผลต่อพฤติกรรมเด็กหรือไม่อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ ส่งผลต่อพฤษติกรรมเด็ก เพราะ เด็กจะเลียนแบบหรือเรียนรู้ผ่านผู้ปกครอง ผู้เลี้ยงดู หากผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจในตัวเด็กจะทำให้พฤษติกกรมเด็กแสดงออกในทางที่เหมาะสม เพราะฉะนั้น การให้ความรู้ผู้ปกครองของเด็กปฐมวัยเป้นสิ่งที่จำเป็นมาก จะทำให้ผู้ปกครองมีความรู้และความเข้าใจในตัวเด็กมากขึ้น
5. นักศึกษาจะมีวิธีในการติดตามผลการให้ความรู้ผู้ปกครองอย่างไร
จงอธิบาย
ตอบ การติดตามผลโดยการลงพื้นที่ (เยี่ยมบ้าน) การจดบันทึกพัฒนาการต่างๆ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น