บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 2
วันที่ 15 เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2562
วันที่ 15 เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2562
ความรู้ที่ได้รับ
- อาจารย์แจกใบงานทดสอบความรู้ก่อนเรียน ให้เวลาทำ 10 นาที
- อธิบายเกี่ยวกับการให้การศึกษาผู้ปกครองเด็กปฐมวัย หมายถึง ผู้ปกครองเป็นบุคคลที่มีความสำคัญและใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด ได้มีผู้ให้ความหมายของผู้ปกครองไว้ดังนี้
- Summers Della,1998 กล่าวว่า ผู้ปกครอง หมายถึง พ่อหรือแม่ของบุคคล
- Encyclopedia,2000 อธิบายไว้ว่า ผู้ปกครอง หมายถึง ผู้ที่เป็นพ่อหรือผู้ที่เป็นแม่ ซึ่งมีอยู่ 2 ประเภท คือ 1. ผู้ปกครองโดยสายเลือด 2. ผู้ปกครองโดยสังคม
- ความสำคัญของผู้ปกครอง Lee Center and Marlene Center,1992 ผู้ปกครองเป็นผู้ที่มีความสำคัญที่สุดต่อชีวิตของเด็ก ความรักและความอบอุ่นจากผู้ปกครองเป็นความต้องการของเด็กทุกคน ผู้ปกครองจึงเป็นบุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตและการเรียนรู้ของเด็ก
- สรุปบทบาทหน้าที่ของผู้ปกครอง 10 ประการ
1.
ให้ความรักและสายสัมพันธ์ในครอบครัว
2.
ให้ความเอาใจใส่และเอื้ออาทรต่อลูก
3.
ทำตนให้เป็นแบบที่ดีแก่ลูก
4. ให้ประสบการณ์การเรียนรู้ในสังคมเกี่ยวกับการปฏิบัติตน
5.
ส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ให้เป็นไปตามวัย
6.
ให้หลักธรรมในการพัฒนาเด็กด้วยหลักไตรสิกขา
(ศีล สมาธิ ปัญญา)
7.
ส่งเสริมพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
โดยผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย
8.
ศึกษาการเจริญเติบโตของเด็ก
9.
เอาใจใส่ดูแลสุขภาพ
10. สนับสนุนเตรียมความพร้อมก่อนสู่สังคม
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับรายวิชา
➤ Parent พ่อแม่ ผู้ปกครอง
➤ Education การศึกษา
➤ Early Childhood เด็กปฐมวัย
➤ Parent Education for Early
Childhood การให้การศึกษาผู้ปกครองเด็กปฐมวัย
➤ Is a good example of children
การเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก
➤ Attentiveness
ความใจใส่
➤ Intimacy
ความใกล้ชิด
➤ Family relationship
สายสัมพันธ์ในครอบครัว
➤ Accept emotions and feelings of children ยอมรับอารมณ์และความรู้สึกของลูก
ประเมินตนเอง
วันนี้ดิฉันเข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียนและทำงานที่อาจารย์มอบหมายให้ทำ ง่วงนอนเล็กน้อยเนื่องจากเนื้อหาที่เรียนค่อยข้างเยอะ แต่ก็พยายามฟังและจดตามอาจารย์ให้ทัน
ประเมินเพื่อน
เพื่อนเข้าเรียนตรงเวลา แต่งตัวเรียบร้อย และตั้งใจเรียนทุกคน
ประเมินผู้สอน
อาจารย์เข้าสอนตรงเวลา เป็นกันเอง และอธิบายความหมาย ความสำคัญต่างๆ ได้เข้าใจง่าย
คำถามท้ายบท
1. ในสังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นักศึกษาคิดว่าบทบาทและหน้าที่ของผู้ปกครองที่มีต่อเด็กปฐมวัยมีอย่างไรบ้าง
จงอธิบาย
ตอบ : พ่อแม่ผู้ปกครองเป็นบุคคลกลุ่มแรกที่มีความใกล้ชิดกับเด็ก
เป็นผู้สนับสนุนและวางรากฐานอันสำคัญยิ่งต่อการเจริญเติบโตของลูกทั้งทางร่างกายและจิตใจ จึงควรมีบทบาทในการสนับสนุนลูก ดังนี้
1. มีความรู้
ความเข้าใจ และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเด็ก ได้แก่
การอบรมเลี้ยงดู การส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ และการส่งเสริมการศึกษา
2. ทำตนให้เป็นแบบที่ดีแก่ลูก
3. ให้ประสบการณ์การเรียนรู้ในสังคมเกี่ยวกับการปฏิบัติตน
4. ส่งเสริมพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
โดยผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย
5. เอาใจใส่ดูแลสุขภาพ ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา
2. จงอธิบายวิธี แนวทางที่ผู้ปกครองสามารถใช้ในการส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์-จิตใจสังคม และสติปัญญาให้แก่เด็กปฐมวัย
ตอบ : ผู้ปกครองมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัยในทุกๆด้าน เพราะเด็กใช้เวลาอยู่ในสถานศึกษาเพียงหนึ่งในสามของเวลาที่เด็กอยู่กับครอบครัว ดังนั้น ผู้ปกครอง ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด จะต้องสร้างให้เด็กเป็นบุคคลที่มีความสามารถในการดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นสุข เด็กจะเจริญเติบโตได้มากน้อยเพียงใด อยู่ที่บทบาทของพ่อแม่ผู้ปกครอง เป็นสำคัญ ถึงแม้เด็กจะเข้าโรงเรียนแล้วก็ตาม แต่บ้านก็ยังคงเป็นสิ่งแวดล้อมสำคัญที่มีอิทธิพลยิ่งต่อเด็ก จากการประชุมของผู้เชี่ยวชาญที่มหาวิทยาลัยอิลินอยส์ ซึ่งองค์การยูเนสโกจัดขึ้น พบว่า ศูนย์กลางที่พัฒนาการเด็กทั้งทางร่างกาย สมองและสติปัญญานั้น ได้แก่ ครอบครัว ถ้าหากครอบครัวให้ความอบอุ่น และสามารถ
อบรมเลี้ยงดูเด็กได้อย่างถูกต้อง อนาคตของเด็กก็แจ่มใส และมีผลต่อทัศนคติของเด็กด้วย
ผู้ปกครองจะต้องมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา มีความสนใจในการร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น การที่
ผู้ปกครองมีปฏิสัมพันธ์กับเด็ก ได้ร่วมกิจกรรมต่างๆกับเด็ก ทำให้เด็กมีระดับสติปัญญาที่สูงขึ้น เพราะเด็กจะได้รับการ
กระตุ้น และได้แก้ปัญหาต่างๆ โดยมีผู้ปกครองคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ใกล้ๆ
1.ด้านร่างกาย
การที่เด็กได้รับการสัมพันธ์โอบกอดจากพ่อแม่ จะเป็นการกระตุ้นพัฒนาการของเด็ก และสนองตอบความตื่นตัวของระบบประสาทของเด็ก นอกจากนี้ พ่อแม่ควรจัดเวลา สถานที่ เพื่อให้ลูกได้เคลื่อนไหว ออกกำลังกายและเล่นได้อย่างปลอดภัย ลูกจะเรียนรู้ได้มากจากการเล่น ได้แสดงออก เลียนแบบท่าทางจากคนที่เล่นด้วย พ่อแม่ควรสังเกตพฤติกรรมพัฒนาการของลูก เพื่อจะได้เข้าใจธรรมชาติและความรู้สึกนึกคิดของลูก
2.ด้านอารมณ์/จิตใจ
พ่อแม่ผู้ปกครองควรดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิด ด้วยความรักและความเข้าใจ ทำให้ลูกมีจิตใจดีให้โอกาสลูกเรียนรู้ และฝึกทำสิ่งต่างๆในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นมิตร พ่อแม่ต้องรับฟังและพูดคุยโต้ตอบกับลูก จำเป็นต้องให้เวลาและเอาใจใส่ลูกอย่างสม่ำเสนอ เพื่อสร้างความมั่นคงทางจิตใจ การฝึกให้ลูกเป็นคนมีน้ำใจมีคุณธรรมจะทำให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต
พ่อแม่ผู้ปกครองควรดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิด ด้วยความรักและความเข้าใจ ทำให้ลูกมีจิตใจดีให้โอกาสลูกเรียนรู้ และฝึกทำสิ่งต่างๆในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นมิตร พ่อแม่ต้องรับฟังและพูดคุยโต้ตอบกับลูก จำเป็นต้องให้เวลาและเอาใจใส่ลูกอย่างสม่ำเสนอ เพื่อสร้างความมั่นคงทางจิตใจ การฝึกให้ลูกเป็นคนมีน้ำใจมีคุณธรรมจะทำให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต
3.ด้านสังคม
เด็กจะซึมซับค่านิยม และวัฒนธรรมที่ดีจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง ไม่ว่าเป็นมารยาททางสังคม หรือแม้แต่เรื่องราวระเบียบวินัยทางสังคม การรักและชื่นชมธรรมชาติล้วนเป็นเรื่องที่พ่อแม่ ต้องชี้ให้ลูกสนใจและปลูกฝัง ด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดี เพราะเด็กจะเลียนแบบจากผู้ที่พบเห็น ซึ่งจะทำให้เด็กรู้จักกาลเทศะ รู้ผิดรู้ชอบและคุ้นเคยกับสิ่งที่ดีงาม เป็นประโยชน์ต่อชีวิต
4.ด้านสติปัญญา
พ่อแม่สามารถจูงใจให้ลูก มีความใฝ่รู้ กล้าแสดงความคิดเห็น ฝึกให้ลูกเป็นคนรู้จักคิดได้โดยให้ความสนใจ ในสิ่งที่ลูกกำลังทำ ฝึกให้ลูกสังเกตสิ่งต่างๆรอบๆตัว ให้ลูกได้มีโอกาสเรียนรู้จากการลองถูกลองผิดบ้าง ให้มีความคิดที่แปลกใหม่ พยายามให้เด็กได้คิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง ทั้งนี้ ควรอยู่บนพื้นฐานของการใช้เหตุผล ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ เป็นสิ่งที่สามารถพัฒนาได้ หากเข้าใจ ถึงแนวทางพื้นฐานเบื้องต้น คือ การฝึก การสังเกต ที่สำคัญ เสรีภาพในครอบครัวจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการสร้างสรรค์ สามารถประสบความสำเร็จในอนาคตได้ ทั้งนี้พ่อแม่ต้องไม่ปิดกั้นหนทางในการสร้างสรรค์ของลูกน้อย
เด็กจะซึมซับค่านิยม และวัฒนธรรมที่ดีจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง ไม่ว่าเป็นมารยาททางสังคม หรือแม้แต่เรื่องราวระเบียบวินัยทางสังคม การรักและชื่นชมธรรมชาติล้วนเป็นเรื่องที่พ่อแม่ ต้องชี้ให้ลูกสนใจและปลูกฝัง ด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดี เพราะเด็กจะเลียนแบบจากผู้ที่พบเห็น ซึ่งจะทำให้เด็กรู้จักกาลเทศะ รู้ผิดรู้ชอบและคุ้นเคยกับสิ่งที่ดีงาม เป็นประโยชน์ต่อชีวิต
4.ด้านสติปัญญา
พ่อแม่สามารถจูงใจให้ลูก มีความใฝ่รู้ กล้าแสดงความคิดเห็น ฝึกให้ลูกเป็นคนรู้จักคิดได้โดยให้ความสนใจ ในสิ่งที่ลูกกำลังทำ ฝึกให้ลูกสังเกตสิ่งต่างๆรอบๆตัว ให้ลูกได้มีโอกาสเรียนรู้จากการลองถูกลองผิดบ้าง ให้มีความคิดที่แปลกใหม่ พยายามให้เด็กได้คิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง ทั้งนี้ ควรอยู่บนพื้นฐานของการใช้เหตุผล ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ เป็นสิ่งที่สามารถพัฒนาได้ หากเข้าใจ ถึงแนวทางพื้นฐานเบื้องต้น คือ การฝึก การสังเกต ที่สำคัญ เสรีภาพในครอบครัวจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการสร้างสรรค์ สามารถประสบความสำเร็จในอนาคตได้ ทั้งนี้พ่อแม่ต้องไม่ปิดกั้นหนทางในการสร้างสรรค์ของลูกน้อย
3. การฝึกให้เด็กเป็นคนดี คนขยันและฉลาด
ผู้ปกครองควรปฏิบัติอย่างไร
ตอบ :
ตอบ :
ทำดีให้ลูกดู
สิ่งแรกที่สำคัญมากเลยคือคุณต้องเป็นคนดี ทำดีให้ลูกดู คุณเป็นคนยังไงลูกก็จะเป็นอย่างนั้นนั่น ถ้าไม่อยากให้ลูกดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือพูดคำหยาบ คุณเองก็ต้องงดเรื่องนั้นๆ ด้วย
เข้าใจธรรมชาติของเด็ก
เด็กอายุน้อย ทำอะไรจะไม่ค่อยได้คิดหน้าคิดหลัง และไม่ค่อยได้คิดถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาเหมือนผู้ใหญ่ ความสามารถในการคิดถึงผลลัพธ์การกระทำและเหตุผลต่างๆ จะค่อยๆ พัฒนาเมื่อเด็กโตขึ้น
อย่าคาดหวังสูงเกินไป
หลายครอบครัวตั้งความหวังจากลูกไว้สูงเกินไป ไม่ว่าจะเลี้ยงยังไงเด็กก็ไม่สมบูรณ์แบบได้หรอก ก็อย่างที่เราเคยได้ยิน “ไม่มีใครจะดีทุกอย่าง” เมื่อลูกทำผิดพลาด หรือดื้อบ้าง อยากลองอะไรโดยไม่คิดหน้าคิดหลังบ้างอย่าคิดมาก ถ้าลูกต้องเรียนซ้ำชั้น ก็คิดว่าลูกได้รับการลงโทษแล้ว เราไม่จำเป็นต้องไปว่ากล่าวซ้ำเติมลูกอีก สิ่งที่เราต้องคิดคือ ทำอย่างไรกับอนาคตให้ลูกเรียนดีขึ้น ดูว่าเหตุผลที่ลูกเรียนแย่เป็นเพราะอะไร และบอกลูกว่า “ไม่เป็นไร ยังไงพ่อแม่ก็จะอยู่ข้างลูกเสมอ” แทนที่จะไปนั่งซ้ำเติมอดีตลูก และเราก็ไม่ควรจะพูดถึงเรื่องนี้อีกให้ลูกขาดความมั่นใจกว่าเดิม
ควบคุมอารมณ์ของเราก่อน
เมื่อลูกทำผิด ก่อนอื่นต้องตั้งสติและพยายามระงับความโกรธเราก่อน โดยคิดไว้ก่อนเลยว่าเด็กทำผิดเพราะมันเป็นไปตามธรรมชาติของเขา หรือเป็นเพราะเหตุผลอะไร เราควร ถามลูกด้วยคำถามปลายเปิดว่าทำไมถึงทำอย่างนั้น และคิดว่าทำไปแล้วได้อะไร ตอนนี้ได้เรียนรู้อะไรไปบ้าง เพื่อให้ลูกได้พิจารณาการกระทำของตัวเอง
ทำให้สม่ำเสมอ
เมื่อลูกทำผิด เราก็บอกกล่าวว่าลูกควรปรับปรุงยังไง เมื่อลูกทำดี เราก็ควรให้รางวัล ให้เหมาะสมตามอายุของลูก ควรทำอย่างนี้ทุกครั้ง ไม่ควรปล่อยให้บางทีลูกทำผิดก็ว่ากล่าวทำโทษ บางทีก็ไม่ว่าอะไร บางทีลูกทำดี คุณให้รางวัล แต่บางทีก็ไม่ให้ ทำให้ลูกไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาทำมันดีหรือเปล่า
ทำโทษ/ให้รางวัลในปริมาณที่เหมาะสม
พ่อแม่ควรจะรู้ว่าลูกชอบไม่ชอบอะไร มีความอดทนมากน้อยแค่ไหน การทำโทษควรอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ เช่น ถ้าลูกไม่อยากกินข้าวเย็น คุณอาจจะบอกลูกว่า “ได้ไม่เป็นไร แต่ก็ไม่มีขนมหรืออะไรอย่างอื่นให้กินนะ ถ้าหิวก็มากินข้าวเย็นละกัน” เป็นการเผื่อไว้หากลูกหิวมาก จะได้ยังหาข้าวเย็นทานได้อยู่ ไม่ถึงกับให้ลูกอดอาหารมื้อนั้นไปเลย โดยเฉพาะหากลูกยังเป็นเด็กน้อยอยู่ การให้ลูกอดข้าวอาจจะเป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินไป
การให้รางวัลหรือว่ากล่าวทำโทษ นอกจากจะต้องอยู่ให้ความเหมาะสมกับอายุของลูกแล้ว ยังต้องกระทำทันทีที่ลูกทำผิดหรือทำดี เด็กจะรับรู้ได้เร็วว่าสิ่งที่เขาทำนั้นดีหรือไม่ดี ไม่ควรปล่อยให้ลูกทำผิดข้ามวันไปแล้ว แล้วค่อยมาทำโทษทีหลัง
4. ปัญหาที่เป็นอุปสรรค์ของผู้ปกครองที่มีผลกระทบต่อเด็กปฐมวัย
คือปัญหาที่เกี่ยวกับเรื่องใด จงอธิบาย
ตอบ :การขาดความเข้าใจในตัวเด็กและการคาดหวังในตัวเด็กมากเกินไป ทำให้เด็กขาดทักษะการเรียนรู้หรือประสบการณ์ที่ควรจะได้รับในวัยนั้นๆ ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กทั้ง 4 ด้าน และการคาดหวังจากตัวเด็กมากเกินไป ทำให้ผู้ปกครองคิดว่าลูกไม่เก่ง หรือมีพัมนาการที่ไม่เหมาะสมตามวัย จะส่งผลให้เด็กขาดความมั่นใจหรือไม่สารถค้นหาความสามรถของตนเองได้ พ่อแม่ผู้ปกครองควรตระหนักเเละเรียนรู้การดูแลเอาใจใส่ ส่งเสริมลูกให้ถูกวิธี พร้อมทั้งปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้กับเด็กไปในตัว เพื่อให้เด็กโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์
ตอบ :การขาดความเข้าใจในตัวเด็กและการคาดหวังในตัวเด็กมากเกินไป ทำให้เด็กขาดทักษะการเรียนรู้หรือประสบการณ์ที่ควรจะได้รับในวัยนั้นๆ ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กทั้ง 4 ด้าน และการคาดหวังจากตัวเด็กมากเกินไป ทำให้ผู้ปกครองคิดว่าลูกไม่เก่ง หรือมีพัมนาการที่ไม่เหมาะสมตามวัย จะส่งผลให้เด็กขาดความมั่นใจหรือไม่สารถค้นหาความสามรถของตนเองได้ พ่อแม่ผู้ปกครองควรตระหนักเเละเรียนรู้การดูแลเอาใจใส่ ส่งเสริมลูกให้ถูกวิธี พร้อมทั้งปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้กับเด็กไปในตัว เพื่อให้เด็กโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์









